Supawat Supakwong No Comments

 “สายตรงในวงการเทคโนโลยีได้เปิดเผยกับนิตยสาร นิวยอร์กไทม์ ว่าบริษัทยักษใหญ่แห่งวงการ AI ได้รวมตัวกันจัดประชุม เพื่อถกปัญหาเร่งด่วนในแวดวงการพัฒนา AI ซึ่งเป้าหมายสำคัญก็คือ การผลักดันให้เกิดการกำกับดูแล และควบคุมกฎระเบียบด้วยตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะถูกภาครัฐจัดตั้งหน่วยงานมากำกับดูแลแทน”

 

จริยธรรม AI ?

ภาพลักษณ์และความน่ากลัวของ AI ต่อมวลมนุษยชาติที่ได้ถูกถ่ายทอดออกมาจากภาพยนต์ ไม่ว่าจะเป็น การที่มนุษย์ถูก AI ควบคุม ถูกต้อนไปโน่นไปนี่ หรือแม้กระทั่งถูกบังคับให้ทำงานเยี่ยงสัตว์นั้น แท้จริงแล้วความกังวลในด้านจริยธรรม AI นั้น ระดับความรุนแรงห่างยังห่างไกลกับสถานการณ์ดังกล่าวนัก

18lrjxkgwhphgjpg

แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ผู้เกี่ยวข้องต้องตระหนักและเริ่มที่จะคิด ออกแบบ รวมถึงพัฒนากฎพื้นฐานเพื่อควบคุมและจัดการจริยธรรมของ AI โดยเร็ว ซึ่งสาเหตุนี้เองทำให้นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากบริษัทยักษ์ไหญ่หลายแห่งในวงการ AI ไม่ว่าจะเป็น Google, Amazon, Microsoft, IBM และ Facebook ได้มารวมตัวกันระดมสมองเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับผลกระทบด้านจริยธรรมของ AI ต่อมวลมนุษยชาติในอนาคต

ถึงแม้ว่าสายข่าวของนิวยอร์ไทม์จะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในเรื่องของนโยบาย วัตถุประสงค์ หรือแม้แต่กระทั่งชื่อของกลุ่มการประชุมในครั้งนี้ แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดก็คือความตั้งมั่นเพื่อที่จะทำให้ งานวิจัยด้าน AI มุ่งเป้าเพื่อก่อเกิดประโยชน์ และไม่ส่งผลกระทบในด้านลบต่อมนุษยชาตินั่นเอง

55481039 - human and robot hand in action of arm wrestling isolated on white background

การกำกับดูแลและควบคุมตัวเองในแวดวง AI

ถึงแม้ตัวแสบอย่าง Skynet ในเรื่อง Terminator ยังไม่ได้เกิดการปรากฎกายขึ้น แต่ทว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของ AI นั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องและไปไกลกว่าการพัฒนากฎระเบียบหรือแม้แต่จริยธรรมของ AI แล้ว  IBM’s Watson ได้สร้าง “ตัวอย่างภาพยนต์” ซึ่งสามารถเอาชนะในสิ่งที่มนุษย์ได้ทำมาอย่างยาวนาน ความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี AI ยังถูกเอาไปประยุกต์และปรากฎอยู่ในวงการอื่นๆอีกมากมาย เป็นสมองของ self-driving car หรือแม้แต่ระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในกองทัพทั่วโลก

มหาวิทยาลัย Standford ได้ตีพิมพ์รายงานที่แสดงถึงข้อกังวลและความจำเป็นสำหรับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม AI ต้องรวมตัวกัน เพื่อระดมความคิดในการเจาะจงและวางแนวทางในแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตของ AI โดยเป้าหมายของกลุ่มมหาลัย Stanford นี้คือ ต้องการให้มีการตรวจสอบและรายงานสถานการณ์ของ AI ทุก 5 ปี ในศตวรรษข้างหน้า ซึ่งการประชุมนี้จะนำไปสู่การสร้างกรอบการทำงานและการจัดตั้ง สถาบันควบคุมและกำกับดูแล AI (AI self-policing cooperation)

server-room

 

ซึ่งสถานบันกลางดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการกับปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละบริษัท ในรายงานยังให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำเอากฎระเบียบจากภาครัฐเข้ามาควบคุมดูแลในขณะนี้ว่า  นอกจากจะไม่มีประสิทธิภาพในการกำกับดูแลแล้วยังอาจส่งผลต่อการเกิดนวัตกรรมใหม่ๆทางเทคโนโลยี AI อีกด้วย

“พวกเราไม่ได้หมายความว่าไม่ควรมีกฎระเบียบ พวกเราเพียงแต่ชี้ให้เห็นว่ามันมีวิธีการที่ถูกและที่ผิด” กล่าวโดย Peter Stone (หนึ่งในผู้เขียน Stanford Report) ในการให้สัมภาษณ์แก่นิตยาสาร นิวยอร์กไทม์

fb-cover
แหล่งข้อมูล  The New York Times