ในงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท Berkshire Hathaway บริษัทด้านการลงทุนของนักลงทุนชื่อดัง วอร์เรน บัฟเฟตต์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการตั้งคำถามจากผู้ถือหุ้นกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ และ Charlie Munger รองประธานบอร์ด เกี่ยวกับการลงทุนและเทคโนโลยี ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจ หากถือว่าเป็นมุมมองของนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของโลก

ประเด็นแรกเป็นเรื่องเทคโนโลยีอย่าง AI, Machine Learning ที่คาดว่าจะเข้ามาแทนที่ในการจัดการพอร์ตการลงทุน ซึ่ง Charlie Munger มองว่าหลายคนให้ราคา AI มากกว่าสิ่งที่ AI ทำออกมาได้จริง เขาเองไม่คิดว่าโลกการลงทุนจะเปลี่ยนไปมากนักจาก AI, Machine Learning ทั้งยังบอกว่านักลงทุนมักพยายามหาสูตรอะไรสักอย่าง ซึ่งโลกการลงทุนนั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก ส่วนบัฟเฟตต์ก็เสริมว่า AI ไม่น่าเปลี่ยนโลกการลงทุนมาก แต่เขาเองก็อาจจะเข้าใจอะไรผิดไปก็ได้

คำถามถัดมาเป็นเรื่องแนวทางลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาบัฟเฟตต์มักปฏิเสธหุ้นเทคโนโลยี แต่ผลตอบแทนหุ้นเทคโนโลยีช่วงหลายปีที่ผ่านมาเติบโตสูง ซึ่งบัฟเฟตต์ตอบว่า ประเด็นไม่ใช่เรื่องของการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีหรือไม่ แต่เป็นการมองถึงจุดแข็งและความสามารถการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่งของบริษัทนั้นๆ มากกว่า ทำให้ที่ผ่านมา Berkshire Hathaway ซื้อหุ้นแอปเปิลไปเป็นจำนวนมาก

เมื่อพูดถึงแอปเปิลแล้ว บัฟเฟตต์ก็อธิบายว่ามีหุ้นเทคโนโลยี 2 บริษัทที่เขายอมรับว่าพลาดไป คือ Amazon โดยบอกว่าเขาประเมิน Jeff Bezos ต่ำไป และอีกรายคือกูเกิล บัฟเฟตต์มองว่าดูบริษัทนี้ตั้งแต่ก่อนเข้าตลาดหุ้น และเขาไม่คิดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาออนไลน์จะโตได้มากขนาดนี้

สุดท้ายเป็นเรื่องเงินคริปโต บัฟเฟตต์บอกว่าสำหรับเขาเงินคริปโตไม่มีมูลค่า เพราะเงินคริปโตไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมา คุณค่าของเงินคริปโตคือการเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยน เปรียบเสมือนกับเช็กแลกเงิน ซึ่งเป็นวิธีแลกเปลี่ยนเงินที่ดี แต่ถามว่าเราควรให้ราคาใบเช็กกี่บาทกันแน่ ที่ราคาของเงินคริปโตตอนนี้เพิ่มสูงเพราะเราเห็นเพื่อนซื้อแล้วได้กำไร เราก็อยากซื้อตามกัน สถานการณ์แบบนี้จะทำให้มันจบไม่สวย (บัฟเฟตต์เคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อต้นปี)

ที่มา: www.blognone.com/node/102071