Chaiyakorn Yingsaeree No Comments

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา “การเทรดด้วยความถี่สูง” หรือ HFT (High Frequency Trading) เป็นประเด็นร้อนแรง ที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ ถกเถียงถึงข้อดี ข้อเสีย และแนวทางในการกำกับดูแล ไม่ให้ HFT สร้างความเสียหายให้แก่นักลงทุนทั่วไป

แม้ว่าในประเทศไทย HFT อาจจะยังดูเป็นเรื่องที่ไกลตัวอยู่พอสมควร เนื่องจากกฎระเบียบต่าง ๆ ของตลาดหุ้นไทย ยังไม่เอื้อ ให้เกิดการใช้งาน HFT อย่างเต็มรูปแบบเท่าใดนัก แต่ผู้ที่ติดตามข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง จะเห็นว่า บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง ได้เริ่มเปิดให้บริการซื้อขายหุ้น ผ่านโปรแกรมอัตโนมัติ ที่เรียกว่า “Algorithmic Trading” หรือ “Robot Trade” ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกสู่การทำ HFT อย่างเต็มรูปแบบ

ในไม่กี่ปีข้างหน้า Think-Algo เชื่อว่า HFT จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน เหมือนกับที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในต่างประเทศ และก่อนที่จะถึงวันนั้นนักลงทุนในประเทศไทยควรที่จะเตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจถึงข้อดี ข้อเสีย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เมื่อ HFT เข้ามามีบทบาทในตลาดหุ้นไทยอย่างเต็มตัว

9773d3352e206fef3df91b8757d63b67-high-frequency-trading-news-analysis-brokerages-securities-commodity-exchanges-down

แล้ว HFT คืออะไรกันแน่?

HFT หรือ HWA FONG RUBBER เป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักในการผลิต และจำหน่ายยางนอก ยางในสำหรับรถจักรยาน รถจักรยานยนต์ และรถขนส่งขนาดเล็ก…. ไม่ใช่นะครับ 😀

HFT ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ คือ High Frequency Trading ที่หลาย ๆ ท่านเข้าใจว่า คือระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นอีกขั้นหนึ่งของ Algo Trading ที่อาศัยความเร็ว ในการซื้อขายหลักทรัพย์ (ในระดับหนึ่งในพันหรือหนึ่งในล้านของหนึ่งวินาที) เป็นเครื่องมือหลัก ในการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน ในปัจจุบันยังไม่มีองค์กรใดกำหนดนิยามที่เป็นสากล ของ HFT ขึ้นมา แต่โดยทั่วไปแล้ว HFT มักมีคุณสมบัติ ต่อไปนี้[1]

  1. ใช้คอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจ สร้างคำสั่งซื้อขายโดยไม่ต้องพึ่งการตัดสินใจจากมนุษย์
  2. ใช้เทคโนโลยีประมวลผลความเร็วสูง ที่ออกแบบมาเพื่อลดระยะเวลาในการตอบสนองของระบบ ต่อข้อมูลต่าง ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  3. มีการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบความเร็วสูง กับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว บางกรณีถึงกับนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ไปวางไว้ ในสถานที่เดียวกัน หรือใกล้เคียงกับ เครื่องแม่ข่ายของตลาดหลักทรัพย์
  4. มีอัตราการส่งคำสั่งและการยกเลิกคำสั่งซื้อขายที่สูงกว่าปกติ โดย ESMA (European Securities and Market Authority) ได้กำหนดไว้ในมาตราที่ 4(1)(40) ของเอกสาร MiFID II ว่าการส่งคำสั่งซื้อขาย ในอัตราเฉลี่ยที่มากกว่า ๒ คำสั่งต่อวินาที หรือ ๗๕,๐๐๐ คำสั่งต่อวัน ถือว่าเข้าข่ายการซื้อขายแบบ HFT

algo2_header

ในต่างประเทศ จำนวนบัญชีที่มีการซื้อขายหลักทรัพย์แบบ HFT มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา และจากข้อมูลสถิติในปี ค.ศ. ๒๐๑๕ ปริมาณการซื้อขายที่เกิดจาก HFT นั้นมีจำนวนมากถึง ๕๕% ของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดในประเทศสหรัฐฯ และ ประมาณ ๔๐% ของปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในทวีปยุโรป[2]

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจเกิดคำถามขึ้นในใจ ว่าทำไมการใช้ซื้อขายผ่าน HFT ถึงต้องการความเร็วในระดับหนึ่งในล้านของหนึ่งวินาที ทำไม HFT ถึงต้องส่งคำสั่งมากกว่า ๗๕,๐๐๐ คำสั่งต่อวัน? ทำไมปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย HFT ถึงมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และ ถ้า HFT เข้ามาในเมืองไทยจริง ๆ จะเกิดผลกระทบอะไรกับตลาดหุ้นของเราบ้าง?

20140929_08.56.20.000_20000ms_eGOOGL.1

ในตอนต่อ ๆ ไปของ ซีรี่ย์ HFT จาก Think-Algo นั้น เราจะมาเจาะลึก ถึงประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ กันไปทีละเรื่องครับ!

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่สนใจเรื่องราวเหล่านี้ สามารถกดไลค์และติดตามบทความดี ๆ ของ Think Algo ได้ที่ www.facebook.com/think-algo แล้วเราจะเดินเข้าสู่การลงทุนยุคใหม่ด้วยหุ่นยนต์ไปด้วยกันครับ

บทความโดย ดร. โน๊ต Think Algo

Chaiyakorn Yingsaeree, PhD

note-1

12.001

[1] Rena S. Miller, Gary Shorter, “High Frequency Trading: Overview of Recent Developments”, Library of Congress. Congressional Research Service. April 4, 2016. at https://www.hsdl.org/?abstract&did=792013

[2] Austin Gerig, High-Frequency Trading Synchronizes Prices in Financial Markets, U.S. Securities and Exchange Commission (SEC), Division of Economic and Risk Analysis (DERA) Working Paper, January 15, 2015, p. 1, at https://www.sec.gov/dera/staff-papers/working-papers/dera-wp-hft-synchronizes.html.